แชร์
กลับไปหน้าบทความ

เมื่อเด็กระเบิดอารมณ์พังห้อง ทำไมผู้ใหญ่ถึงควรแค่ "นั่งดูเงียบๆ"?

Cover Image
สารบัญบทความ

    7 บทเรียนล้ำค่าจาก "ดัมเบิลดอร์" ที่ครูและผู้ปกครองทุกคนควรเรียนรู้

    วรรณกรรมเยาวชนระดับโลกอย่าง "แฮร์รี่ พอตเตอร์" ไม่ได้มีดีแค่เรื่องราวของเวทมนตร์คาถาหรือการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นเท่านั้น แต่หากเรามองให้ลึกลงไป เราจะพบปรัชญาการใช้ชีวิตและการดูแลผู้คนซ่อนอยู่อย่างแยบยล โดยเฉพาะผ่านตัวละคร อัลบัส ดัมเบิลดอร์ ครูใหญ่แห่งโรงเรียนฮอกวอตส์

    บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากนิยายแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดยได้ค้นพบว่าวิธีการที่ดัมเบิลดอร์ปฏิบัติต่อแฮร์รี่ เพื่อนครู มักเกิ้ล หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตอื่นๆ นั้น เต็มไปด้วยบทเรียนที่ล้ำค่า ซึ่งไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับโลกเวทมนตร์หรือไม่ นี่คือ 7 บทเรียนจากครูใหญ่ดัมเบิลดอร์ที่เราทุกคนสามารถนำมาปรับใช้ได้ในชีวิตจริง

    1. ยอมรับอารมณ์ที่พุ่งพล่านด้วยความใจเย็น (Calm Acceptance)

    "เธอแคร์สิ... เธอแคร์มากจนรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตายเพราะความเจ็บปวดนั้น" > — ดัมเบิลดอร์กล่าวกับแฮร์รี่ (จากภาค ภาคีนกฟีนิกซ์)

    ในฉากที่แฮร์รี่เพิ่งสูญเสียบุคคลผู้เปรียบเสมือนพ่อของเขาไป แฮร์รี่ระเบิดอารมณ์และขว้างปาข้าวของในห้องทำงานของครูใหญ่จนพังพินาศ สิ่งที่ดัมเบิลดอร์ทำคือ การนั่งมองด้วยความสงบ เขาไม่แม้แต่จะขยับตัวห้าม ไม่ตะคอกกลับ ไม่สั่งทำโทษ หรือไล่แฮร์รี่ออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก

    เขาเพียงแค่ "รับรู้" และ "เป็นพยาน" ให้กับความเจ็บปวดของเด็กคนหนึ่ง เขาปล่อยให้แฮร์รี่ได้ปลดปล่อยอารมณ์และสะท้อนความรู้สึกนั้นกลับไปให้รู้ว่า เขากำลังรับฟังอยู่ ข้อคิดสำหรับเรา: ในฐานะครูหรือพ่อแม่ บ่อยครั้งที่เด็กๆ มีพฤติกรรมก้าวร้าวเพราะพวกเขากำลังเจ็บปวดหรือสับสน สิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุดในเวลานั้นอาจไม่ใช่คำสอนหรือการลงโทษ แต่คือ "ผู้ใหญ่ที่ใจเย็น" ที่พร้อมจะรับฟังและมองเห็นความเจ็บปวดของพวกเขาจริงๆ

    2. ใช้ความสุภาพสยบความหยาบคาย (Kindness in the Face of Rudeness)

    "บางครั้งความหยาบคายที่ไม่ได้ตั้งใจก็เกิดขึ้นได้บ่อยอย่างน่าตกใจ... ทางที่ดีที่สุดคือการไม่พูดอะไรเลยดีกว่า พ่อหนุ่ม" — ดัมเบิลดอร์กล่าวกับลุงเวอร์นอน (จากภาค เจ้าชายเลือดผสม)

    ครอบครัวเดอร์สลีย์ (ญาติของแฮร์รี่) มักจะแสดงพฤติกรรมที่หยาบคาย ก้าวร้าว และจ้องจะจับผิดทั้งแฮร์รี่และดัมเบิลดอร์อยู่เสมอ แต่ดัมเบิลดอร์กลับไม่เคยหวั่นไหว เขาไม่ได้ลดตัวลงไปใช้คำพูดประชดประชันหรือโต้ตอบด้วยความหยาบคายแบบเดียวกัน เขายังคงรักษามารยาท ใจเย็น และมีความเมตตา

    ข้อคิดสำหรับเรา: เวลาที่เราเจอกับพฤติกรรมก้าวร้าวจากนักเรียนหรือผู้คนรอบตัว ลองมองให้ลึกลงไปว่า ภายใต้ความก้าวร้าวนั้นมีอะไรซ่อนอยู่? ความกลัว? ความไม่มั่นใจ? หรือความรู้สึกไม่ปลอดภัย? การตอบโต้ด้วยความเมตตาและสงบนิ่ง จะช่วยลดทอนความรุนแรงและแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะที่เป็นแบบอย่างที่ดีได้

    3. มีอารมณ์ขันและไม่ถือตัว (Self-Deprecating Humor)

    "ขอต้อนรับสู่ปีการศึกษาใหม่! ก่อนที่เราจะเริ่มงานเลี้ยง ฉันขอพูดอะไรสักสองสามคำ นั่นคือ... ทึ่ม! ขี้แย! ของเหลือ! หยิก!" — สุนทรพจน์เปิดเทอมของดัมเบิลดอร์ (จากภาค ศิลาอาถรรพ์)

    ดัมเบิลดอร์ไม่เคยทำตัวเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบแตะต้องไม่ได้ เขามักจะใช้เรื่องตลกหรือคำพูดแปลกๆ เพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด และคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดให้เบาบางลง เขารู้ดีว่าตัวเองก็ยังเป็นคนธรรมดาที่มีข้อบกพร่องเหมือนคนอื่นๆ

    ข้อคิดสำหรับเรา: การสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ช่วยเสริมสร้าง Mindset แห่งการเรียนรู้ (Growth Mindset) ให้กับทั้งตัวเราและเด็กๆ การยอมรับว่าเราต่างก็เป็นคนที่กำลังเรียนรู้และพัฒนาตัวเองไปพร้อมๆ กัน จะช่วยลดความกดดันในห้องเรียนและในครอบครัวได้มาก

    4. อ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ (Being Humble)

    ในการร้องเพลงประจำโรงเรียนที่ทุกคนร้องจบไม่พร้อมกัน ดัมเบิลดอร์ใช้ไม้กายสิทธิ์กำกับจังหวะจนบรรทัดสุดท้าย และเมื่อจบเพลง เขาคือคนที่ปรบมือดังที่สุด "อา... ดนตรี เวทมนตร์ที่เหนือกว่าสิ่งใดที่เราทำกันอยู่ที่นี่!" (จากภาค ศิลาอาถรรพ์)

    แม้ดัมเบิลดอร์จะได้ชื่อว่าเป็นพ่อมดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุค แต่เขาไม่เคยทำตัวอวดเก่ง เขาเข้าถึงง่าย สงบนิ่ง และไม่เคยมองว่าตัวเองมีคำตอบสำหรับทุกเรื่อง เขาปล่อยให้การกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์ มากกว่าการโอ้อวดความสำเร็จของตนเอง

    ข้อคิดสำหรับเรา: การแสดงให้เด็กๆ เห็นว่าผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่คนที่เก่งไปเสียทุกเรื่อง เป็นของขวัญชิ้นสำคัญที่เรามอบให้พวกเขาได้ มันคือการบอกทางอ้อมว่า "เห็นไหม... ผู้ใหญ่อย่างครู (หรือพ่อแม่) ก็ทำผิดพลาดหรือมีเรื่องที่ไม่รู้ได้เหมือนกัน" ## 5. ยืนหยัดเพื่อความเท่าเทียมและผู้ที่อ่อนแอกว่า (Looking Out for Inequality)

    "มันไม่สำคัญหรอกว่าคนเราเกิดมาเป็นอะไร แต่มันสำคัญที่ว่าพวกเขาเติบโตขึ้นมาเป็นอะไรต่างหาก" — (จากภาค ถ้วยอัคนี)

    ตลอดทั้งเรื่อง ดัมเบิลดอร์มักจะเป็นผู้ปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า ผู้ที่ถูกกดขี่ หรือกลุ่มคนที่ถูกมองข้าม เขาใช้พลังและอำนาจการตัดสินใจที่มีเพื่อปกป้องนักเรียนและผู้คนเหล่านั้นเสมอ

    ข้อคิดสำหรับเรา: หน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนเป็นครู (และผู้ใหญ่ทุกคน) คือการมองเห็น "ศักยภาพ" ในตัวเด็ก ไม่ว่าพวกเขาจะมาจากครอบครัวแบบไหน มีฐานะอย่างไร หรือมีต้นทุนชีวิตที่ต่างกันแค่ไหน เราต้องเชื่อมั่นและช่วยสนับสนุนให้พวกเขาเติบโตในแบบที่ดีที่สุดของตัวเองได้

    6. การปรากฏตัวและอยู่เคียงข้างเสมอ (Showing Up)

    "ฉันไม่กังวลเลยแฮร์รี่ เพราะฉันอยู่กับเธอ" — ดัมเบิลดอร์กล่าวในถ้ำที่หนาวเหน็บ (จากภาค เจ้าชายเลือดผสม)

    แม้ในยามที่ตัวเขาเองกำลังบาดเจ็บ อ่อนแอ หรือเผชิญหน้ากับความท้าทายส่วนตัว ดัมเบิลดอร์ก็ยังคงเอาความต้องการของผู้อื่น (โดยเฉพาะนักเรียน) มาก่อนเสมอ เขาไม่เคยทอดทิ้งและพร้อมจะเผชิญหน้ากับอุปสรรคไปพร้อมกับเด็กๆ ของเขา

    ข้อคิดสำหรับเรา: ในโลกปัจจุบันที่ครูและพ่อแม่ต้องเผชิญกับภาระหน้าที่มากมายและความเหนื่อยล้า การกระทำที่เรียบง่ายที่สุดแต่ทรงพลังที่สุดคือ "การอยู่ตรงนั้น" แค่เราปรากฏตัวและยืนหยัดเคียงข้างเด็กๆ ในช่วงเวลาที่เขายากลำบาก ก็เป็นการสร้างความมั่นคงในจิตใจให้พวกเขาได้อย่างมหาศาล

    7. กล้าหาญที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง (Being Brave)

    "การยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก แต่การยืนหยัดเพื่อตักเตือนเพื่อนของเรา ต้องใช้ความกล้าหาญไม่แพ้กัน" — ดัมเบิลดอร์มอบคะแนนให้เนวิลล์ (จากภาค ศิลาอาถรรพ์)

    การทำในสิ่งที่ถูกต้องบางครั้งก็เป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะเมื่อต้องขัดแย้งกับคนใกล้ตัวหรือระบบที่เป็นอยู่ แต่ความกล้าหาญคือการกล้าพูดเพื่อปกป้องสิทธิของเด็กๆ และเพื่อนร่วมงาน กล้าที่จะเสนอมุมมองที่ถูกต้องในที่ประชุม หรือกล้าที่จะเปลี่ยนวิธีการสอนเพื่อให้เกิดผลดีที่สุดกับนักเรียน

    ข้อคิดสำหรับเรา: จงเชื่อมั่นในเสียงของตัวเอง คุณมีประสบการณ์และมีวิจารณญาณที่เพียงพอ จงใช้ความกล้าหาญนั้นเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียนหรือในบ้านของคุณ... แบบเดียวกับที่ดัมเบิลดอร์ทำ

    บทสรุปส่งท้าย ปรัชญาของดัมเบิลดอร์ไม่ใช่เรื่องราวแฟนตาซีที่ใช้ได้แค่ในฮอกวอตส์ ครั้งต่อไปที่คุณต้องเผชิญกับสถานการณ์ชวนปวดหัว ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เทคโนโลยีในห้องเรียนพัง เด็กทะเลาะกัน หรือลูกงอแง ลองสูดหายใจลึกๆ แล้วตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ถ้าเป็นดัมเบิลดอร์ เขาจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร?" เชื่อเถอะว่า คำตอบที่ได้มักจะเป็น "ความใจเย็น ความเมตตา และการรอคอยอย่างอดทน" เสมอครับ


    ที่มา: 7 Lessons for Teachers From Dumbledore

    TaRangRian

    เขียนโดย ทีมงาน TaRangRian

    เราคือทีมพัฒนาระบบจัดตารางเรียนอัจฉริยะสำหรับสถานศึกษาไทย หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของท่าน

    คัดลอกลิงก์เรียบร้อยแล้ว