แชร์
กลับไปหน้าบทความ

5 วิธีคลายเครียดแบบเร่งด่วนสำหรับคนเป็นครู

Cover Image
สารบัญบทความ

    ใครบอกว่าครูต้องทนอยู่กับความเครียดไปเรื่อย ๆ?

    ในฐานะครู คงต้องมีบางวันที่ความกังวลมันหนักกว่าวันอื่น ความเครียดที่สะสมโดยไม่ได้รับการจัดการนั้น ส่งผลต่อระบบประสาทของเราโดยตรง และถ้าไม่หยุดพักสักครู่ มันจะยิ่งพอกพูนจนควบคุมไม่ได้

    เมื่อความเครียดไม่รอให้ถึงบ้าน

    เราต่างรู้จักวิธีดูแลตัวเองในระยะยาวกันดี — ออกกำลังกาย ใช้เวลากับคนที่รัก นอนหลับพักผ่อน แต่ ปัญหาคือ สิ่งเหล่านั้นทำได้แค่หลังเลิกงาน

    แล้วถ้าความเครียดถาโถมมาตอนกลางวัน ตอนที่ยังอยู่ในห้องเรียน ยังมีนักเรียนอีก 30 คนรออยู่ล่ะ?

    นั่นแหละคือจุดที่เราต้องการ "การ reset" จริง ๆ

    เวลาที่รู้สึกเครียดหรือกังวล ระบบประสาท ซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System) ของเรา — ตัวที่ควบคุมการตอบสนองแบบ "สู้หรือหนี" — จะถูกกระตุ้นให้ทำงาน สิ่งที่เราต้องการคือวิธีดึงตัวเองกลับมาสู่โหมดสงบ หรือที่เรียกว่าระบบประสาท พาราซิมพาเทติก (Parasympathetic Nervous System) ให้ได้เร็วที่สุด

    เทคนิคต่อไปนี้ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที และสามารถทำได้ทันทีในสถานการณ์จริง

    5 Stress-Relieving Techniques

    1. Valsalva Maneuver — เทคนิคปรับสมดุลร่างกาย

    คุณอาจรู้จักวิธีนี้อยู่แล้ว ถ้าเคยโดยสารเครื่องบินแล้วต้องปรับความดันในหู นั่นแหละคือ Valsalva Maneuver และมันยังช่วย ลดอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วผิดปกติ และปรับระบบประสาทอัตโนมัติได้ด้วย ผ่านการกระตุ้นเส้นประสาทเวกัส (Vagus Nerve)

    วิธีทำ:

    1. บีบจมูกให้แน่น
    2. ปิดปาก กลั้นลมหายใจไว้
    3. พยายามเป่าลมออก (จะรู้สึกคล้ายกำลังเบ่ง)
    4. ค้างท่านี้ไว้ประมาณ 10 วินาที
    ⚠️ ข้อควรระวัง: อย่าออกแรงเป่ามากเกินไป เพราะอาจทำให้แก้วหูเสียหายได้ และถ้ามีความดันโลหิตสูงหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

    2. Hand-Over-Heart — วางมือที่หัวใจ

    เทคนิคนี้มาจากการบำบัดแบบ Somatic ของ Dr. Peter Levine และเป็นวิธีแสดงความเมตตาต่อตัวเองในรูปแบบง่าย ๆ

    วิธีทำ:

    1. วางมือข้างหนึ่งบนหน้าอก ตรงบริเวณหัวใจ
    2. วางมืออีกข้างไว้บนหน้าผาก
    3. หายใจลึก ๆ และโฟกัสที่ความรู้สึกระหว่างมือทั้งสองข้าง
    4. รอจนกว่าจะรู้สึกว่าอารมณ์เปลี่ยนไป
    5. ย้ายมือจากหน้าผากมาวางที่ท้อง แล้วทำซ้ำ

    เทคนิคนี้ได้รับการพิสูจน์ว่า ช่วยลดความวิตกกังวล และกระตุ้นการหลั่ง ออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่บอกให้ร่างกายผ่อนคลาย

    3. Calming Music — ดนตรีบำบัด

    ดนตรีถูกนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพจิตมาหลายศตวรรษแล้ว และผู้เขียนเองก็เปิดดนตรีเบา ๆ ในห้องเรียนเป็นประจำ

    แต่ไม่ใช่แค่เพลงอะไรก็ได้ — เพลงที่คุณเลือกสำคัญมาก

    British Academy of Sound Therapy ได้สร้างเพลงที่ได้ชื่อว่า "เพลงผ่อนคลายที่สุดในโลก" ในชื่อว่า "Weightless" และผลการวิจัยพบว่ามันช่วยลดความวิตกกังวลได้ถึง 65% ของผู้ที่ฟัง

    4. Breathing — ฝึกหายใจอย่างตั้งใจ

    การหายใจอย่างมีสติไม่เพียงแค่กระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก แต่ยังเป็นเทคนิค Mindfulness ที่ดึงจิตใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ช่วยตัดความคิดฟุ้งซ่านที่อาจเป็นต้นเหตุของความเครียด

    เทคนิคยอดนิยมที่แนะนำคือ Box Breathing หรือการหายใจเป็นกล่อง:

    1. หายใจเข้า นับ 4 วินาที
    2. กลั้นหายใจ นับ 4 วินาที
    3. หายใจออก ทางปาก นับ 4 วินาที
    4. ทำซ้ำจนรู้สึกสงบ

    ถ้า Box Breathing ไม่เหมาะกับคุณ ยังมีเทคนิคการหายใจรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมายที่สามารถลองได้

    5. Self-Hugging — กอดตัวเอง

    ฟังดูอาจจะแปลก แต่มีงานวิจัยรองรับแล้วว่า การกอดตัวเอง ให้ผลใกล้เคียงกับการกอดจากคนอื่น เพราะระบบประสาทของเราไม่ได้สนใจว่าใครเป็นคนกอด มันรู้แค่ว่าได้รับสัญญาณ "ความอบอุ่นและความปลอดภัย" ซึ่งกระตุ้นการหลั่งออกซิโทซินเช่นกัน

    วิธีทำ: โอบแขนพันรอบตัวเองแน่น ๆ ในระดับที่รู้สึกสบาย

    ถ้ากังวลว่าจะดูเป็นเรื่องแปลกตาในห้องเรียน ลองแก้ตัวออกไปยืนที่ระเบียงสักครู่ หรือจะชวนนักเรียนทำเทคนิคเหล่านี้ไปพร้อมกันก็ได้ — เพราะพวกเขาอาจต้องการมันไม่แพ้กัน

    สิ่งที่ต้องจำไว้

    เทคนิคทั้ง 5 นี้ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงปัจจัยภายนอก ที่ก่อให้เกิดความเครียด ไม่ว่าจะเป็นภาระงาน การบริหารจัดการชั้นเรียน หรือความกดดันต่าง ๆ ในวิชาชีพครู

    แต่สิ่งที่มันทำได้คือ ช่วยให้เรา ตอบสนองต่อความเครียดได้ดีขึ้น แทนที่จะปล่อยให้มันพาเราไปแบบไม่ทันตั้งตัว

    การมีเครื่องมือพร้อมอยู่ในมือตลอดเวลา คือความแตกต่างระหว่างการ "ฝืนสู้" กับการ "รู้จักรับมือ" และสำหรับครู สิ่งนั้นสำคัญมาก ทั้งต่อตัวเองและต่อนักเรียนทุกคนในห้อง

    TaRangRian

    เขียนโดย ทีมงาน TaRangRian

    เราคือทีมพัฒนาระบบจัดตารางเรียนอัจฉริยะสำหรับสถานศึกษาไทย หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของท่าน

    คัดลอกลิงก์เรียบร้อยแล้ว